ซ่อม โน๊ตบุ๊ค เองได้ก่อนคิดเข้าศูนย์

ซ่อม โน๊ตบุ๊ค เองได้ก่อนคิดเข้าศูนย์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างเมื่อใช้งานไปนานๆ ก็ย่อมมีปัญหาจุกจิกตามมาเสมอ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ก็เช่นกัน เมื่อใช้ไปนานวันมักจะมีปัญหากวนใจ ทำให้คุณต้องนำเครื่องไปซ่อมทุกครั้ง จะดีแค่ไหนหากคุณสามารถซ่อม หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเงินเลย

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างโน๊ตบุ๊ค เมื่อใช้งานไปได้สักพักก็มักจะมีอาการรวน เปิดเครื่องไม่ได้ เครื่องดับ จนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อที่จะต้องนำเครื่องไปร้านซ่อมทุกครั้งที่มีปัญหา วันนี้ Potatotechs มีเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจุกจิกที่มักเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ที่คุณซ่อมเองได้โดยไม่ต้องง้อช่างซ่อม ลองมาดูกันค่ะ ว่าจะมีปัญหาอะไรบ้างที่เราสามารถแก้ไขได้เอง

ปัญหากวนใจที่มักพบเจอ

1.Notebook เปิดไม่ติด

ถือว่าเป็นปัญหาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นได้บ่อยมาก กดปุ่ม Power แล้วไม่ติด หรือบางทีไฟติดแต่หน้าจอไม่แสดงภาพ หากใครพบปัญหารบกวนเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง ลองทำตาม 4 วิธีนี้ดูนะคะ

1.1 เมื่อกดปุ่ม Power แล้วไฟ LED ติด แต่หน้าจอไม่ติด ให้ลองกดปุ่ม Power ค้างไว้ 15-30 วินาทีค่ะ แล้วกดเปิดอีกครั้ง

1.2 เป็นเพราะปัญหาของ RAM ในเครื่องเสีย ลองถอด RAM ออกมาทำความสะอาดแล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ จากนั้นลองเปิดเครื่องดูอีกครั้ง

1.3 ถ้าหน้าจอไม่ติด ลองกดปุ่ม CTRL, ALT และ DEL พร้อมกันทั้ง 3 ปุ่ม แล้ว Restart เครื่อง

1.4 ถ้าหน้าจอไม่ติด ลองยก โน๊ตบุ๊ค ขึ้นมาเขย่าเบาๆ เพราะปัญหาอาจจะเกิดจากการที่การ์ดจอหลวม ทำให้หน้าจอไม่ติด

2.ใช้งานอยู่แล้วเครื่องดับเอง

ถ้าคุณกำลังใช้งานอยู่เกิดอาการดับไปเอง ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดมาจากความร้อน ใช้งานในบริเวณที่มีอุณหภูมิร้อนเกินไป หรือพัดลมระบายอากาศเสีย ทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนเครื่องได้ ส่งผลให้เครื่องเกิดอาการ Overheat และดับไป สำหรับ Notebook นั้น หลักๆ แล้วจะมีอุปกรณ์ที่ช่วยระบายความร้อนด้วยกัน 2 ตัว คือ

Heat Sink : คือ อุปกรณ์ระบายความร้อนจาก CPU หรือการ์ดจอ จะมีลักษณะเป็นอลูมิเนียม หรือหลอดทองแดง

Cooling Fan หรือ พัดลมระบายความร้อน : ระบบที่ช่วยระบายความร้อนที่สำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เครื่องทำงานจะเกิดความร้อนในตัว อุปกรณ์นี้จะช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องไม่ให้พุ่งสูงเกินไปกว่าที่ตัวเครื่องจะทนได้ ยิ่งใช้งานหนัก หรือเครื่องมีการประมวลผลมากเท่าไร ความร้อนภายในเครื่องก็จะสูงตามไปด้วย หากพัดลมระบายความร้อนตัวนี้เสีย อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดอาการ Overheat หรือ CPU ไหม้ได้

หากช่องระบายความร้อน หรือ Heat Sink มีฝุ่นละอองอุดตัน ทำให้ความร้อนสะสมภายในเครื่องได้ รวมถึง CPU ร้อนเกิน ส่งผลให้เครื่องเกิดอาการค้าง หรือดับไปเองได้ค่ะ สามารถแก้ไขได้โดยถอดเคสตัวเครื่องออกมา จัดการทำความสะอาด Heat Sink หรือพัดลมระบายความร้อน (โน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นจะวางตำแหน่งอุปกรณ์ 2 ตัวนี้แตกต่างกัน อาจอยู่ติดหรือแยกจากกัน)

หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมทำความสะอาดตัวซิลิโคนเก่าที่ติดอยู่ระหว่างฐานของ Heat Sink กับ CPU ด้วย เนื่องจากเป็นตัวส่งผ่านความร้อนระหว่าง CPU และ Heat Sink นั่นเอง หากซิลิโคนตัวนี้หมดสภาพก็จะทำให้ปัญหานี้ยังคงเกิดอย่างต่อเนื่อง เมื่อแกะตัวซิลิโคนเก่านี้ออกแล้วก็ให้ใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไปในปริมาณที่พอดี (ประมาณนิ้วก้อย) ไม่ควรใส่มากหรือน้อยเกินไปต่อด้วยการเป่าทำความสะอาดตะแกรงระบายความร้อนที่เครื่อง เพื่อจัดการฝุ่นละอองออกให้หมด

3.โปรแกรมค้าง ปิดไม่ได้

แน่นอนว่าทุกคนคงเคยเจอปัญหานี้ใช่ไหมคะ หากคุณกำลังใช้งานโปรแกรมต่างๆ อยู่แล้วเกิดอาการค้าง ไม่ตอบสนองการสั่งงาน ไม่สามารถปิดหรือกดอะไรได้เลย วิธีแก้ไขคือ ให้กด CTRL+ALT+DEL พร้อมกัน 3 ปุ่ม หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างใหม่เด้งขึ้นมา ให้คุณเลือกที่ End Task จะทำให้คุณสามารถปิดโปรแกรมนั้นได้

4.เข้า Windows ไม่ได้

เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ บางครั้งโปรแกรมอาจได้รับความเสียหาย หรืออาจลามไปถึงการเข้า Windows ไม่ได้เลย วิธีการแก้ไขคือ ให้คุณเปิดเครื่องโดยการเข้า Safe Mode เพื่อ Uninstall โปรแกรมเจ้าปัญหานั้นๆ ซึ่งการเข้า Safe Mode ในแต่ละเครื่องนั้นอาจแตกต่างกันไป ลองมาดูการเข้า Safe Mode ของ Windows 10 กันค่ะ สามารถทำได้ดังนี้

-คลิกที่ไอคอน Start แล้วเลือก Setting

-เลือก Update & Security

-เลือก ​Recovery จากนั้นคลิก Restart Now

-หลังจากที่ Reboot ระบบมา คุณจะเข้าใช้ Windows RE ให้เลือก Troubleshoot

-เลือก ​Advanced Options

-เลือก Startup Settings

-คลิก Restart

-เลือกเลข 4 Enable Safe Mode

-เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถเข้า Safe Mode ได้แล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ วิธีการแก้ไข หรือซ่อมแซมปัญหาจุกจิกกวนใจเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับ โน๊ตบุ๊ค ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ แต่ถ้าลองทำตามวิธีเหล่านี้แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือเกิดปัญหาใหญ่กว่านี้ คุณคงต้องนำไปร้านซ่อมเพื่อให้ช่างดู อย่างไรก็ตาม ควรเลือกร้านซ่อมที่มีมาตรฐาน และเชื่อถือได้ด้วยนะคะ